Propertyhub
propertyhub logo
Reviewคู่มือ/ซื้อ/ขาย/เช่าHome & LivingNewsนายหน้ามือโปร
ค้นหาบทความclock

"คู่มือเลื้ยงปลาคราฟ" ในแบบฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง

Lifestyle ชาวอสังหาฯ
รูปโปรไฟล์ของ KAiiW.
BY
KAiiW.
โพสต์เมื่อ
15 July 2024
"คู่มือเลื้ยงปลาคราฟ" ในแบบฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง

การเลี้ยงปลาคราฟถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่จะช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้เลี้ยงและยังจะช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของบ้านดูสวยงามมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงตามความเชื่อยังว่ากันว่า...การเลี้ยงปลาคราฟจะช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในบ้านอีกด้วย แต่การจะเลี้ยงปลาคราฟนั้นมีความจำเป็นที่คุณจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นมือใหม่หัดเลี้ยง ซึ่งในบทความนี้ก็จะเป็นคู่มือสำหรับผู้เริ่มต้นในการเลี้ยงปลาคราฟ เพื่อให้สามารถเลี้ยงปลาคราฟได้อย่างถูกต้องตามหลัก

 

1. ทำความรู้จักกับปลาคราฟ

ปลาคราฟ เป็นปลาน้ำจืด จัดอยู่ในกลุ่มปลาตะเพียน (Carp) ซึ่งชาวญี่ปุ่นนิยมเรียกกันว่า "โค่ย (Koi)" หรือ "นิชิกิกอย (Nichikigoi)" โดยคำว่า “Nishiki” แปลว่า ผ้าไหมที่มีลวดลายสวยงาม ส่วนคำว่า “Goi” แปลว่า ปลา โดยปลาคราฟเป็นปลาสวยงามชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะมีสีสันสวยงามและตามความเชื่อก็ได้บอกเอาไว้ว่าการเลี้ยงปลาคราฟจะช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้ผู้เลี้ยงมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง มีเงินมีทองไม่ขาดมือ ทั้งนี้ปลาคราฟยังเป็นปลาที่มีอายุค่อนข้างจะยาวนาน โดยปลาคราฟที่ชื่อ "ฮานาโกะ" ของนายแพทย์ผู้หนึ่งที่เลี้ยงไว้ที่เมืองกูฟี ประเทศญี่ปุ่น มีอายุยืนถึง 266 ปี เลยทีเดียว

 

2. การเตรียมบ่อปลาคราฟ

2.1 การเลือกทำเลสร้างบ่อ

คุณธิตินันท์ ขวัญสด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้ความรู้ไว้ว่าที่ตั้งของบ่อปลาคาร์ฟควรจะมีอากาศถ่ายเทได้ดี ในช่วงเช้าและช่วงเย็นควรจะมีแสงแดดส่องถึงไม่น้อยกว่า 3-4 ชั่วโมง ถ้าเป็นสถานที่โล่งแจ้งก็ควรทำหลังคาหรือร่มเงา เพื่อไม่ให้บ่อปลาโดนแสงแดดในเวลากลางวันมาก แต่ทั้งนี้การสร้างบ่อลงไปในพื้นดินจะเป็นการดี เพราะปลาคาร์ฟชอบอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส ซึ่งในพื้นดินอุณหภูมิของน้ำในบ่อจะเปลี่ยนแปลงช้าและมีอุณหภูมิต่ำกว่าบ่อบนดิน แล้วเพื่อป้องกันน้ำท่วมเวลาฝนตกก็ควรจะทำปากบ่อให้มีความสูงกว่าพื้นดินอย่างน้อย 20 เซนติเมตร

2.2 วัสดุที่ใช้ในการสร้างบ่อ

วัสดุที่เหมาะสมควรจะเป็นซีเมนต์ เนื่องจากสามารถดัดแปลงเป็นบ่อธรรมชาติได้ง่าย มีความแข็งแรงทนทาน โดยผนังบ่อควรฉาบเรียบ เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลขณะที่ปลาว่ายไปชนผนัง นอกจากนี้ อุณหภูมิของน้ำในบ่อซีเมนต์จะมีการเปลี่ยนแปลงช้าแถมยังเกิดตะไคร่น้ำได้เร็ว ซึ่งตะไคร่น้ำนี้สามารถเป็นอาหารของปลาและยังดูดสิ่งสกปรกกับแอมโมเนียในน้ำได้ด้วย

2.3 ขนาดและรูปร่างของบ่อ

ควรจะมีขนาดที่พอเหมาะสามารถดูแลได้ง่ายและจุน้ำได้ไม่เกิน 50 ตัน ส่วนเรื่องรูปร่างของบ่อก็มีหลายลักษณะให้เลือก เช่น รูปไข่ รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม หรือจัดตามเนื้อที่ที่มีอยู่ก็ได้ แต่ถ้าเลือกบ่อรูปสี่เหลี่ยมก็ไม่ควรจะสร้างให้มีมุมภายในบ่อ เพราะจะทำให้เกิดการต้านกระแสน้ำจึงควรปรับให้มีลักษณะมนโค้ง เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก แล้วในบ่อก็ปล่อยโล่ง ไม่ให้มีสิ่งใดกีดขวางการว่ายน้ำของปลา พื้นที่ก้นบ่อควรจะลาดเอียงลงจุดศูนย์กลางของบ่อทำมุมประมาณ 20-30 องศา สำหรับให้ตะกอนสิ่งสกปรกตกลงไปที่ศูนย์กลางบ่อ ซึ่งจะมีช่องระบายน้ำเสียไปยังบ่อพักน้ำเสียอีกบ่อหนึ่ง

2.4 ความลึกของบ่อ

ความลึกที่เหมาะสมของบ่อเลี้ยงปลาคาร์ฟคือ 100-200 เซนติเมตร และระดับน้ำในบ่อก็ควรจะต่ำกว่าขอบบ่อราว 20-30 เซนติเมตร เหตุที่ควรจัดระดับความลึกเท่านี้ก็เพราะ หากน้ำลึกมากไปจะทำให้มองเห็นปลาไม่ชัด แล้วถ้าระดับน้ำตื้นเกิน ปลาจะมีอาการตื่นตกใจ กินอาหารน้อย จนเกิดปัญหาต่อการเจริญเติบโตได้ และยังทำให้อุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนแปลงง่ายอีกด้วย

2.5 แสงสว่างของบ่อ

การเลี้ยงปลาคาร์ฟบ่อควรจะมีแสงสว่าง แต่ต้องไม่ให้แสงแดดส่องตรง ถ้าเป็นบ่อกลางแจ้งควรมีหลังคากันแดดหรือให้แดดส่องได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่หากจุดที่ตั้งบ่อมีร่มเงาจากต้นไม้หรือชายคาบ้านที่สามารถกันแสงแดดได้บางเวลาอาจไม่จำเป็นต้องสร้างหลังคาก็ได้ ทั้งนี้เป็นเพราะแสงแดดที่ส่องลงบ่อมากเกินไปจะทำให้แพลงค์ตอนเจริญอย่างรวดเร็ว แล้วน้ำจะมีสีเขียวขุ่น ไม่ใส ทำให้มองตัวปลาได้ไม่ชัดและบ่อไม่สวยงาม

6. อุปกรณ์อื่น ๆ

ในการเลี้ยงปลาคาร์ฟยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีความจำเป็น เช่น

  • บ่อพักหรือถังพักน้ำ เพื่อสำหรับเก็บน้ำดีที่เป็นน้ำใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นน้ำประปาหรือน้ำบาดาลก็ได้
  • บ่อตกตะกอน เพื่อเป็นที่เก็บน้ำเสียจากบ่อเลี้ยงปลา โดยการทำท่อต่อจากบ่อเลี้ยง ให้น้ำเสียผ่านช่องที่จุดศูนย์กลางบ่อ บ่อตกตะกอนมีประโยชน์มาก เพราะน้ำจากบ่อนี้จะถูกสูบไปยังเครื่องกรองและผสมกับน้ำดี แล้วนำไปใช้ในบ่อเลี้ยงได้อีก ขนาดของบ่อตกตะกอนควรจะมีปริมาตรจุน้ำได้ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรน้ำในบ่อเลี้ยง
  • บ่อหรือถังกรองน้ำ บ่อเลี้ยงปลาคาร์ฟนั้นน้ำในบ่อควรจะใสสะอาด เพื่อจะได้เห็นความสวยงามของตัวปลาดังนั้นการกรองน้ำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งเป็นการทำให้น้ำใสสะอาด กำจัดของเสียที่ปลาขับถ่าย กำจัดเศษอาหาร และกรองตะกอนกับแพลงค์ตอนที่ลอยในน้ำ  
  • ระบบการหมุนเวียนของน้ำ ควรจะมีการติดตั้งระบบหมุนเวียนของน้ำ หรือเครื่องพ่นน้ำ เพื่อเป็นการเพิ่มการหมุนเวียนที่ดีและเพิ่มออกซิเจน ทำให้น้ำในบ่อมีการถ่ายเทตลอดเวลาและดีกับปลาด้วย เพราะได้รับออกซิเจนที่เพียงพอเสมอ
  • กระแสน้ำ การทำกระแสน้ำในบ่อ ทำได้โดยการปล่อยน้ำผ่านเครื่องกรองน้ำลงบ่อและผ่านท่อขนาดเล็ก เพื่อให้กระแสน้ำแรงขึ้น แล้วควรจะมีการเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำบ่อยๆ จะเป็นการดีต่อความปกติของรูปร่างปลา
  • การเพิ่มออกซิเจน มีวิธีการเพิ่มออกซิเจนในบ่ออยู่ 2 วิธี คือ วิธีแรก ก่อนจะให้น้ำไหลผ่านเครื่องกรองลงสู่บ่อก็ควรให้น้ำได้รับออกซิเจนก่อน วิธีที่สอง ให้ติดตั้งเครื่องเพิ่มออกซิเจน หรือเครื่องพ่นน้ำในบ่อ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Kaset Today

 

3. สายพันธุ์ของปลาคราฟที่ควรรู้

1 คู่มือเลื้ยงปลาคราฟ ในแบบฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง.jpg

  • โคฮากุ(Kohoku) เป็นปลาคราฟที่มีลายสีขาวและสีแดง(ได้รับความนิยมมากที่สุด) ซึ่งลักษณะที่ดีสีแดงจะต้องคมชัดสม่ำเสมอและสีขาวไม่ควรมีตำหนิใด ๆ
  • ไทโช ซันเก้ (Taisho Sanke) ประกอบ ด้วย 3 สีด้วยกัน คือ ขาว แดง และดำ ซึ่งสีดำบนตัวปลานั้นควรเป็นดำสนิทและดวงใหญ่ แต่ไม่ควรมีสีดำบนส่วนหัว รวมทั้งไม่มีสีแดงบนครีบและหาง
  • โชวา ซันโชกุ (Showa Sanshoku) เป็นสายพันธุ์ที่มี 3 สี สีขาวและสีแดงจะอยู่รวมตัวบนพื้นสีดำขนาดใหญ่ บริเวณเชื่อมต่อครีบจะมีสีดำ และลักษณะลำตัวจะเป็นรูปตัว Y
  • อุซึริ โมโน (Utsuri Mono) เป็นสายพันธุ์ที่มีสีดำพาดบนพื้นสีอื่น ซึ่งสีดำที่ปรากฏจะมีลักษณะเป็นปื้นยาวพาดบนตัวปลา
  • เบคโกะ (Bekko) เป็นสายพันธุ์ที่มีสี 2 สี โดยจะมีลวดลายเป็นจุดสีดำขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปอยู่บนพื้นสีต่าง ๆ ของตัวปลา
  • อาซากิ ชูซุย (Asagi Shusui) เป็นสายพันธุ์สายตรงที่มาจากปลาไน มีเกล็ดสีฟ้าเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบและสวยงาม
  • โคโรโม (Koromo) เป็นสายพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างสายพันธุ์อาซากิกับสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งลวดลายบนตัวจะมีเกล็ดสีน้ำเงินกระจายเด่นอยู่
  • ชิโร อุชึริ (Shiro Utsuri) เป็นสายพันธุ์ที่มีแถบลายสีดำคาดคลุมจากหลังลงไปถึงส่วนท้อง
  • ฮิการิ โมโยโมโน (Hikari Moyomono) เป็นสายพันธุ์ที่มี 2 สี หรือมากกว่า โดยจะมีหนึ่งสีที่มีความแวววาวคล้ายโลหะ
  • ฮิการิ อุซึริโมโน (Hikari Utsurimono) เป็นสายพันธุ์ที่มีลวดลายพาดสีดำบนพื้นลำตัวที่มีความแวววาว
  • คินกินริน (Kinginrin) เป็นสายพันธุ์ในกลุ่มที่มีประกายเงินหรือทองบนเกล็ด และเกล็ดจะมีลักษณะนูนคล้ายไข่มุก
  • ตันโจ (Tancho) เป็นสายพันธุ์ที่มีสีแดงเพียงสีเดียวอยู่บนส่วนหัว โดยจะเป็นรูปทรงกลมขนาดใหญ่หรืออาจจะเป็นรูปทรงอื่น
  • คาวาริ โมโน (Kawari Mono) เป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีลวดลายตายตัว ซึ่งต่างจากสายพันธุ์อื่นที่จะมีลวดลายใหม่เกิดขึ้นตลอด

 

4. การเลือกซื้อปลาคราฟ

  • อายุปลาคราฟ : ควรเลือกปลาคราฟที่ยังเป็นลูกปลา มีอายุ 1-2 ปี ไม่ควรเลือกปลาที่มีขนาดใหญ่จนเกินไป ยกเว้นเลือกปลาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่จะนำไปขยายพันธุ์ ควรเลือกปลาที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป
  • ลำตัวสมดุลและสมส่วน : ปลาคราฟที่ดีควรมีลำตัวที่สมดุลและสมส่วน ไม่ควรมีลำตัวที่บิดเบี้ยวหรือผิดรูป ความสมดุลของลำตัวเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ปลาว่ายน้ำได้อย่างสวยงาม
  • เกล็ดเรียบเนียนและเงางาม : เกล็ดของปลาคราฟควรเรียบเนียนและเงางาม ไม่ควรมีรอยแผลหรือเกล็ดที่หายไป การมีเกล็ดที่เรียบเนียนเป็นเครื่องหมายของสุขภาพที่ดี
  • ครีบสมบูรณ์ : ครีบของปลาคราฟควรสมบูรณ์และไม่มีรอยขาดหรือบิดเบี้ยว ครีบที่สมบูรณ์จะช่วยให้ปลาว่ายน้ำได้อย่างสง่างาม
  • สีสดใสและสม่ำเสมอ : ปลาคราฟที่ดีควรมีสีสันที่สดใสและสม่ำเสมอทั่วทั้งลำตัว สีควรมีความชัดเจนและไม่มีจุดสีที่ผิดปกติ
  • ลวดลายชัดเจน : ลวดลายบนลำตัวของปลาคราฟควรมีความชัดเจนและมีการจัดเรียงที่สมดุล
  • การหายใจปกติ : ปลาคราฟที่ดีควรมีการหายใจที่เป็นปกติ ไม่หายใจหอบหรือหายใจเร็วเกินไป
  • พฤติกรรมการว่ายน้ำ : ปลาคราฟที่มีสุขภาพดีจะว่ายน้ำอย่างกระฉับกระเฉงและตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างได้ดี ปลาที่ว่ายน้ำช้าหรืออยู่ในมุมตู้โดยไม่เคลื่อนไหวอาจมีปัญหาสุขภาพ และไม่แยกตัวสันโดษกับปลาตัวอื่น ๆ
  • ไม่มีโรคติดเชื้อ : ควรตรวจสอบว่าปลาไม่มีอาการของโรคติดเชื้อ เช่น จุดขาว การบวม หรือลักษณะที่ผิดปกติอื่น ๆ
  • ความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ : ปลาคราฟที่ดีควรเป็นปลาที่มีสายพันธุ์บริสุทธิ์และไม่มีการผสมพันธุ์ที่ผิดปกติ การเลือกสายพันธุ์ที่บริสุทธิ์จะช่วยให้ปลามีลักษณะที่ดีและสวยงามตามลักษณะของสายพันธุ์นั้น ๆ
  • ซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ : การซื้อปลาคราฟจากฟาร์มหรือร้านที่มีความน่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าปลาที่คุณเลือกมีคุณภาพดี
  • การตรวจสอบประวัติของปลา : สอบถามผู้ขายเกี่ยวกับประวัติการดูแลรักษาของปลาและการกักตัวปลาใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าปลาที่คุณเลือกไม่มีปัญหาสุขภาพ

 

5. การให้อาหารปลาคราฟ

  • ประเภทของอาหาร : ใช้อาหารเม็ดสำหรับปลาคราฟที่มีคุณภาพดี รวมถึงอาหารสดซึ่งเราก็ขอแนะนำเป็นเนื้อปลาป่น, กุ้งสดบด, เนื้อหอย, เนื้อปู, ปลาหมึก, ข้าวสาลี, รำ, ผักกาด, ข้าวโพด, แมลง, สาหร่าย, ตะไคร่น้ำ, แหน, ลูกน้ำ, หนอนแดง, ถั่วเหลือง เพื่อให้ปลาคราฟได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน
  • ปริมาณและความถี่ : ให้อาหารวันละ 2-3 ครั้ง ในปริมาณที่ปลาสามารถกินหมดภายใน 5-10 นาที เพื่อป้องกันการสกปรกของน้ำ
  • การหลีกเลี่ยงการให้อาหารมากเกินไป : การให้อาหารมากเกินไปอาจทำให้น้ำสกปรกและเกิดปัญหาสุขภาพในปลาคราฟ

 

6. การดูแลรักษา

  • ไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น : ไม่ควรนำปลาขนาดใหญ่มาเลี้ยงหรือปลาชนิดอื่นมาเลี้ยงรวมกับปลาคราฟ เพราะอาจนำเชื้อโรคมาให้ปลาคราฟได้
  • น้ำที่ใช้เลี้ยงปลาคราฟ : ปลาคราฟจะชอบอยู่ในน้ำที่มีสภาพเป็นกลาง ดังนั้นน้ำประปาจึงตอบโจทย์สำหรับการเลี้ยงปลาคราฟมากที่สุด โดยน้ำประปาที่ใช้จะต้องเปิดเก็บไว้ประมาณ 2-3 วันให้คลอรีนระเหยออกหมดแล้ว นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำฝนและน้ำคลองในการเลี้ยงปลาคราฟ เพราะเสี่ยงต่อการทำให้ปลาคราฟติดเชื้อ อีกทั้งน้ำฝนยังทำลายสีสันบนลำตัวของปลาคราฟอีกด้วย
  • การเปลี่ยนถ่ายน้ำ : ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือบ่อยขึ้นหากมีสกปรกมาก การเปลี่ยนถ่ายน้ำช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกและรักษาคุณภาพน้ำ
  • การตรวจสุขภาพปลา : ควรตรวจสอบสุขภาพปลาคราฟอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าปลามีอาการผิดปกติ เช่น ไม่กินอาหาร หรือมีรอยแผล สีซีด ว่ายน้ำนิ่ง ๆ กินอาหารได้น้อยลง ควรรีบจัดการและรักษาในทันที เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไปสู่ตัวอื่น
  • การใช้ยาฆ่าเชื้อ : ในบางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อในบ่อเพื่อป้องกันการเกิดโรค แต่ควรใช้ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

 

การเลี้ยงปลาคราฟไม่ใช่เรื่องยากหากเรามีความรู้และใส่ใจในการดูแล ปลาคราฟเป็นปลาที่สวยงามและมีชีวิตชีวา การได้เห็นปลาคราฟว่ายน้ำในบ่อที่สวยงามจะช่วยเพิ่มความสุขและความผ่อนคลายให้กับคุณอย่างแน่นอน และไว้โอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดี ๆ อะไรมาฝากอีก คุณก็สามารถติดตามได้ที่ Propertyhub Blog : บทความที่รวบรวมทุกเรื่องราวเกี่ยวกับอสังหาฯ และ Lifestyle ภายในบ้านและคอนโด 

แชร์เนื้อหา
รูปโปรไฟล์ของ KAiiW.
KAiiW.
This too shall pass.
ช่องทางในการติดตาม
LINE@ Add Friend
บทความที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

ขั้นตอนการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมอย่างถูกวิธีใน 4 ขั้นตอน ตั้งแต่ตัดไฟ คัดแยกของ ล้างและฆ่าเชื้อ ไปจนถึงตรวจระบบไฟฟ้า พร้อมข้อควรระวังสำคัญ

โพสต์เมื่อ05 October 2026
10 ไอเดียแต่งคอนโดปล่อยเช่าให้ "จองเต็ม" ไว ด้วยเซ็ตเฟอร์นิเจอร์คุ้มค่า

10 ไอเดียแต่งคอนโดปล่อยเช่าให้ "จองเต็ม" ไว ด้วยเซ็ตเฟอร์นิเจอร์คุ้มค่า

แจก 10 ไอเดียแต่งคอนโดปล่อยเช่าให้ปล่อยเช่าได้ไว ด้วยเซ็ตเฟอร์นิเจอร์คุ้มค่า สวย ทน ตอบโจทย์ผู้เช่า พร้อมเช็กลิสต์เลือกเฟอร์นิเจอร์ตามขนาดห้อง คุมงบได้จริง!

โพสต์เมื่อ08 September 2026
ต่อเติมบ้านส่วนไหนบ้าง ที่ต้องขออนุญาตก่อนลงมือ ?

ต่อเติมบ้านส่วนไหนบ้าง ที่ต้องขออนุญาตก่อนลงมือ ?

ต่อเติมบ้าน ส่วนไหนต้องขออนุญาตก่อนลงมือ ? รวมข้อกฎหมายที่คนอยากต่อเติมบ้านต้องรู้ ก่อนโดนปรับหรือถูกสั่งรื้อ พร้อมวิธีขออนุญาตอย่างถูกต้อง อ่านจบต่อเติมได้อย่างสบายใจ

โพสต์เมื่อ08 September 2026
ต่อเติมบ้านต้องขออนุญาตไหม ? รวมข้อกฎหมายที่เจ้าของบ้านควรรู้

ต่อเติมบ้านต้องขออนุญาตไหม ? รวมข้อกฎหมายที่เจ้าของบ้านควรรู้

ต่อเติมบ้านต้องขออนุญาตไหม ? ไขข้อสงสัยเรื่องกฎหมายต่อเติมบ้าน พร้อมสรุปว่ากรณีไหนต้องขออนุญาต กรณีไหนแค่แจ้งเจ้าพนักงาน และผลที่ตามมาหากฝ่าฝืน อ่านจบทำตามได้ทันที

โพสต์เมื่อ01 September 2026

บทความแนะนำ

“วิธีจ่ายประกันสังคมด้วยตัวเอง” ทำยังไงกันนะ ?

“วิธีจ่ายประกันสังคมด้วยตัวเอง” ทำยังไงกันนะ ?

ในปัจจุบันนี้การจ่ายเงินประกันสังคมด้วยตัวเองสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ซึ่งช่องทางการจ่ายเงินประกันสังคมด้วยตัวเองจะมีช่องทางไหนบ้างนั้น เราไปติดตามข้อมูลที่ทางทีมงาน Propertyhub นำมาฝากพร้อมๆ กันเลย

โพสต์เมื่อ28 January 2025
สรุปวิธีไป “เยาวราช/สำเพ็ง/พาหุรัด” ด้วยรถสาธารณะ

สรุปวิธีไป “เยาวราช/สำเพ็ง/พาหุรัด” ด้วยรถสาธารณะ

ใครอยากจะไปช็อปปิ้งที่สำเพ็ง/พารุรัด พร้อมกับแวะกินของอร่อยที่เยาวราช แต่! ไม่รู้จะเดินทางไปยังไงดี เราก็บอกได้เลยว่าบทความนี้มีคำตอบ! เพราะวันนี้ทีมงาน Propertyhub ได้รวบรวมวิธีไปเยาวราช สำเพ็งและพาหุรัด ด้วยรถสาธารณะมาฝาก!

โพสต์เมื่อ05 February 2025
รวมวิธีเดินทางไป “ไอคอนสยาม” ฉบับอัปเดตล่าสุด

รวมวิธีเดินทางไป “ไอคอนสยาม” ฉบับอัปเดตล่าสุด

ในวันนี้ทางทีมงาน Propertyhub ได้รวบรวม “วิธีเดินทางไปยังไอคอนสยาม” ฉบับอัปเดตล่าสุดมาฝาก ซึ่งรับประกันเลยว่าเดินทางง่าย ไม่ซับซ้อนและเดินทางไปถึงไอคอนสยามได้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าพร้อมแล้วเราไปพบกับวิธีเดินทางไปไอคอนสยามพร้อมๆ กันเลย

โพสต์เมื่อ09 February 2025

คอนโดให้เช่ายอดนิยม

propertyhub logo

เมนูหลัก

ติดต่อเรา

บริษัท ซิมเปิ้ล อินเทอร์เน็ต
จํากัด เลขที่ 242 ห้องเลขที่ A210 อาคาร A
ศูนย์การค้าเพลินนารี่มอลล์
ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน
กรุงเทพมหานคร 10230
Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

twitter icon
youtube icon
instagram icon
Copyright © 2019-2020 Zimple Internet Co., Ltd. , All rights reserved.
facebook icon
twitter icon
youtube icon
instagram icon